บทนำ
ลู่เซียวซิน ยามเกิดมาถูกบิดามารดายังรังเกียจ ส่งนางไปอยู่จวนนอกเมืองที่แทบจะอาศัยไม่ได้ตั้งแต่แบเบาะ มีเพียงแม่นมและสาวใช้เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่คอยดูแลนางมา
ตั้งแต่แบเบาะจนถึงวัยปักปิ่น สกุลลู่แทบไม่เคยย่างกายเข้ามาเยี่ยมเยียนบุตรสาวคนนี้เลยสักครั้งเดียว วันปักปิ่นมีเพียงปิ่นธรรมดาเท่านั้นที่ส่งมาให้ แต่มีหรือที่ลู่เซียวซินจะสนใจ เมื่อเมื่อชีวิตนี้นางมีเพียงแม่บนและสาวใช้เป็นครอบครัวเท่านั้น
โชคดีที่นางมีหัวการค้า ทำให้สร้างกิจการขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง และนางไม่คิดจะกลับไปสกุลลู่อีก
จนวันหนึ่งสกุลลู่กลับรับนางเข้าจวน และบังคับให้แต่งงานกับเจ้าสำนักเมฆาแทนพี่สาวของนาง!!
โดยการเอาชีวิตของแม่นมและสาวใช้รวมถึงร้านค้าของนางมาเป็นข้อต่อรอง ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ลู่เซียวซินจะยอมทำตาม
ชีวิตของลู่เซียวซินจะเป็นอย่างไร สามีจะเย็นชาและจะทอดทิ้งนางเหมือนสกุลลู่หรือไม่กันนะ
บท 1
บทที่ 1 ตระกูลลู่
ครืน ~ ครืน ~
กลุ่มเมฆครึ้มสีดำทะมึนปกคลุมไปทั่วผืนฟ้าของเมืองหนานเฉิน เมืองหลวงแห่งแคว้นต้าเยี่ยน สายลมหอบใหญ่คล้ายกับพายุโหมพัดจนข้าวของปลิวว่อนราวกับเกิดอาเพศ ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้เป็นฤดูร้อนแท้ ๆ พวกชาวบ้านจึงรีบพากันปิดประตูหน้าต่าง เพื่อรอให้พายุลูกนี้ผ่านพ้นไป
ในขณะที่รถม้าคันหนึ่งวิ่งไปบนทางเดินอย่างรีบเร่งมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลลู่ ซึ่งเป็นจวนของเสนาบดีฝ่ายซ้ายลู่จางเซิน ภายในจวนตอนนี้เหล่าข้ารับใช้กำลังวุ่นวายเนื่องจากฮูหยินใหญ่ของจวนกำลังจะให้กำเนิดบุตรนั่นเอง
“โอ๊ย ! ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว หมอยังไม่มาอีกหรือ !”
ถังอวี้ช่ายแผดเสียงร้องอย่างทรมาน ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเพราะอาการเจ็บท้องใกล้คลอด เหงื่อเย็นไหล่โซมกายแทบจะกลายเป็นแอ่งน้ำ บ่าวรับใช้รีบใช้ผ้าสะอาดซับให้นางพลางมองไปยังประตูเรือนอย่างร้อนใจ เพราะนี่ก็เกือบครึ่งชั่วยาม[1]แล้ว ที่บ่าวชายออกไปตามท่านหมอตำแยซึ่งอยู่ท้ายเมือง แต่ยามนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครกลับมาเสียที
“ฮูหยิน อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ ท่านหมอกำลังจะมาแล้ว”
ซิวหลันสาวใช้คนสนิทกำลังบีบมือฮูหยินของตนเองเพื่อปลอบโยน
“ซิวหลัน เจ้าแน่ใจนะว่าให้คนไปตามท่านหมอมาแล้ว”
“ตามแล้วเจ้าค่ะ พ่อบ้านจางให้คนไปตามมาแล้ว”
ที่หน้าประตูเรือน ลู่จางเซินกำลังเดินไปเดินมาอย่างระสับกระส่าย เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนหลังจากที่เขาเสร็จจากการเข้าประชุมว่าราชการช่วงเช้า ก็เห็นบ่าวในจวนมายืนรออยู่หน้าประตูวังหลวงแล้วแจ้งข่าวเรื่องที่ฮูหยินกำลังจะคลอด ลู่จางเซินไม่รอช้ารีบขึ้นรถม้ากลับจวนมาในทันที
แม้ว่าลู่จางเซินจะมีบุตรกับฮูหยินรองและอนุคนอื่นมาแล้ว แต่กับฮูหยินใหญ่เขายังไม่เคยมีบุตรด้วยกันสักคน บุตรคนนี้จึงถือเป็นบุตรคนสำคัญ มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีนักพรตท่านหนึ่งที่บังเอิญผ่านมา แล้วได้ทำนายว่าเด็กในครรภ์จะมีบุญวาสนาและนำพาให้ตระกูลของเขารุ่งเรือง ลู่จางเซินจึงคิดไปว่าบางทีในครรภ์ของนางอาจจะเป็นบุตรชาย ที่จะมาสืบทอดเป็นผู้นำตระกูลต่อจากเขาก็เป็นได้
พอคิดได้ดังนั้นใบหน้าของเสนาบดีลู่ก็ฉายแววดีใจอย่างไม่ปิดบัง ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป[2] รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งมาจอดที่หน้าประตูจวนจนฝุ่นตลบ เมื่อเห็นว่าผู้ที่อยู่บนนั้นเป็นท่านหมอที่เชิญมา บ่าวรับใช้จึงได้รีบเร่งนำทางเขาไปยังเรือนของฮูหยินใหญ่ทันที
“ท่านหมอ เชิญทางนี้ขอรับ”
เมื่อเข้ามาถึงหมอหลี่ก็ไม่รอช้า นางวางห่อสัมภาระที่เตรียมมาลง จากนั้นก็จับข้อมือเรียวขาวของฮูหยินใหญ่มาตรวจชีพจร พร้อมกับสั่งให้ลูกมือที่นางพาติดตัวมาด้วยไปจัดการต้มน้ำ แต่ในระหว่างที่นางตรวจชีพจรอยู่นั้น คิ้วสีดอกเลาของนางก็พลันขมวดมุ่นทันที
“กะ...เกิดอะไรขึ้นหรือท่านหมอหลี่ เหตุใดใบหน้าท่านถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าครรภ์ของฮูหยินมีปัญหา ?”
ซิวหลันถามอย่างร้อนรน แล้วหันไปมองครรภ์ที่กลมโตเกินกว่าปกติของผู้เป็นนาย หมอหลี่ที่ยังไม่แน่ใจจึงลองตรวจชีพจรดูอีกครั้ง จากนั้นก็หันไปคลำที่ท้องของถังอวี้ช่ายแล้วกดเบา ๆ เมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อยกลับมานั่งสงบลงที่เดิม
“เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ”
ตอนนี้เองถังอวี้ช่ายก็พลอยหน้าซีดไปด้วย นางสู้อุตส่าห์อุ้มท้องมาเก้าเดือนสิบเดือน จะให้เกิดปัญหากับครรภ์นี้ไม่ได้อีกเด็ดขาด
“ก็มิใช่ว่ามีปัญหา เพียงแต่เด็กในครรภ์มีสองคนเจ้าค่ะ”
“ฮะ ท่านว่าอย่างไรนะ มีสองคน ?”
“ใช่ ข้าสัมผัสได้ว่าชีพจรที่เต้นมีสามสาย เช่นนั้น นอกจากชีพจรของมารดาแล้ว ที่เหลือย่อมต้องเป็นของเด็ก”
เนื่องจากหมอหลี่เป็นหมอตำแยที่มีชื่อเสียงมาก เรียกได้ว่าความสามารถของนางเก่งไม่แพ้หมอหลวงเลย ดังนั้น คำพูดนี้ของนางย่อมเชื่อถือได้อย่างแน่นอน
ที่แท้ก็มีเด็กอยู่ในท้องตั้งสองคน ถึงว่าท้องของฮูหยินถึงได้ใหญ่นัก ซิวหลันดีใจแล้วหันไปมองถังอวี้ช่าย
“ฮูหยินใหญ่ช่างมีวาสนานัก ตั้งท้องทีเดียวแต่ได้บุตรถึงสองคน”
“เอาล่ะ ๆ อย่าพูดพล่ามกันอยู่เลย เร่งไปเตรียมตัวเข้าเถอะปากมดลูกเริ่มเปิดแล้ว”
“เจ้าค่ะ !”
ที่นอกประตูจวน บ่าวนางหนึ่งที่ได้ยินว่าฮูหยินตั้งครรภ์แฝดก็รีบเร่งไปแจ้งเรื่องนี้ให้แก่นายท่านเจ้าบ้านทราบ ภายในอกของลู่จางเซินยิ่งสั่นไหว เขาดีใจแทบคลั่งและคิดไปไกลว่าบางทีบุตรของเขาอาจจะเป็นหยกคู่สกุลลู่ก็เป็นได้
“อีกนิดเจ้าค่ะฮูหยิน เบ่งอีกนิด ฮึบบบ”
สาวใช้และหมอหลี่พากันออกเสียงช่วยให้ฮูหยินเบ่งคลอด ถังอวี้ช่ายจับไม้ผูกเชือกที่ห้อยมาจากคานเพดานไว้แน่นแล้วเบ่งสุดแรง
“หัวเด็กโผล่ออกมาแล้ว อีกนิดฮูหยิน”
“ฮึบบบบ”
“กรี๊ดดด ~”
พรวด !
“อุแว้...อุแว้ ~”
สิ้นเสียงกรีดร้องของฮูหยินใหญ่ก็ตามมาด้วยเสียงร้องไห้งอแงของเด็กน้อยที่ดังระงมไปทั่วห้อง ในที่สุดบุตรของนางก็คลอดออกมาอย่างปลอดภัย ทุกคนจึงพากันโล่งอก
“ฮูหยิน เป็นคุณหนูเจ้าค่ะ”
เสียงของซิวหลันปลาบปลื้มยินดี นางรีบเข้าไปรับคุณหนูซึ่งยังตัวเปื้อนเลือดมาจากหมอหลี่ที่เพิ่งตัดรกเสร็จเรียบร้อย ใบหน้าของถังอวี้ช่ายคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เพราะเดิมทีนางคิดว่าบุตรของนางเป็นผู้ชาย ส่วนสาวใช้ซิวหลันที่เห็นนางนิ่งอึ้งไปก็นึกว่านางยังเหนื่อยจากการเบ่งคลอด จึงได้พาตัวคุณหนูไปชำระร่างกายก่อน แต่ไม่นานหลังจากนั้นถังอวี้ช่ายก็รู้สึกเจ็บหน่วงในท้องขึ้นมาอีกครา
จริงสิ หมอหลี่บอกว่าในท้องของนางยังมีบุตรอีกคนนี่นา ไม่แน่ว่าบางทีบุตรคนนี้อาจจะเป็นบุตรชายก็ได้
“ท่านหมอ ข้าปวดท้องอีกแล้ว เร็ว ๆ เข้า รีบ ๆ เอาลูกของข้าออกมา”
แม้ว่าตอนนี้ใบหน้าของถังอวี้ช่ายจะยังคงสวยงดงามเช่นเคย แต่ผมเผ้าของนางก็กระเซิงจนแทบดูไม่ได้แล้ว นางไม่คิดเลยว่าการคลอดบุตรมันจะเจ็บปวดถึงเพียงนี้
แต่ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่นางให้กำเนิดบุตรชายออกมาได้ เท่านี้นางก็จะได้กลับมาเป็นที่โปรดปรานของสามีแล้ว
ถังอวี้ช่ายเรียกได้ว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งหนานเฉิน หลังจากที่แต่งเข้าจวนสกุลลู่ในฐานะภรรยาเอก นางก็ใช้ชีวิตราบรื่นมาโดยตลอด แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้นางคับข้องใจ นั่นก็คือนางยังไม่สามารถให้กำเนิดบุตรแก่ลู่จางเซินได้เสียที
เมื่อสองปีก่อน นางเคยตั้งครรภ์แล้วครั้งหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถรักษาครรภ์นั้นเอาไว้ได้ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาลู่จางเซินจะไม่เคยตำหนิหรือมีทีท่าไม่พอใจนาง แต่นางรู้ดีหากว่ายังไม่มีบุตรให้สามีอีกล่ะก็ ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของนางก็คงรักษาเอาไว้ได้ยากแล้ว
แม้ตอนนี้สกุลถังของนางจะมีถังกุ้ยเฟยคอยหนุนหลัง แต่นั่นก็ยังไม่แน่ว่าจะคุ้มกะลาหัวของนางไปได้ตลอด เพราะนายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าของสกุลลู่ค่อนข้างเข้มงวดมาก
ช่างเถอะ ตอนนี้นางก็มีบุตรแล้ว ชีวิตหลังจากนี้ของนางก็คงจะกลับมาราบรื่นเหมือนอย่างเคย นางรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทุกอย่างแล้วหันไปทุ่มเทออกแรงในการเบ่งคลอด
แต่แล้วความหวังของถังอวี้ช่ายก็ต้องพังทลายเมื่อบุตรของนางอีกคนที่คลอดออกมาก็เป็นสตรีเช่นกัน แถมคราวนี้ยังคลอดยาก เรียกได้ว่าแทบจะพรากเอาชีวิตของนางไปด้วยซ้ำ
หลังจากที่ต้องคลอดบุตรถึงสองคนพร้อมกัน หนำซ้ำคนที่สองก็ยังคลอดยากคลอดเย็นเนื่องด้วยเนื้อตัวอวบอ้วนจ้ำม่ำ คาดว่าน้ำหนักตัวน่าจะเกินแปดชั่ง[3] ซึ่งต่างจากทารกคนแรกที่ตัวเล็กผอมบางกว่ามาก ถังฮูหยินที่ใช้แรงไปจนหมดก็เหนื่อยล้า พลันสติของนางก็เลือนหายไปอย่างสมบูรณ์
หมอหลี่รีบเข้าไปตรวจดูชีพจร และพบว่านางแค่เป็นลมสลบไปเท่านั้น จึงหันไปสั่งให้คนติดตามไปต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายหลังคลอดมาให้นางชามหนึ่ง จากนั้นก็เขียนเทียบยาให้กับสาวใช้ไปหนึ่งเทียบ ถึงอย่างไรจวนสกุลลู่ย่อมไม่ขาดแคลนสมุนไพรชั้นดีหายากอยู่แล้ว
เสียงร้องของทารกทั้งสองยังคงดังระงมอยู่ภายในห้อง แต่จนแล้วจนรอดบานประตูห้องนอนของฮูหยินใหญ่ก็ยังไม่เปิดออกมาเสียที ยิ่งทำให้เสนาบดีลู่ร้อนใจอยู่ไม่สุข เดินวนไปเวียนมาเช่นนั้นแทบจะครบพันลี้แล้ว
“นายท่าน ไปนั่งพักดื่มชาตรงนั้นก่อนเถิด หากด้านในเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวข้าน้อย...”
แอ๊ด ~
ยังไม่ทันที่พ่อบ้านจางเอ่ยจบประโยค เสียงบานประตูค่อย ๆ เปิดออก ลู่จางเซินที่เฝ้าอยู่นานก็รีบเดินไปถาม
“เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ ลูกของข้าล่ะ !”
“เสนาบดีลู่โปรดอย่าได้กังวล เด็กปลอดภัยดี”
ไม่นานก็มีสาวใช้อุ้มทารกน้อยทั้งสองที่ชำระล้างคราบต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วก้าวออกมา เพราะคุณหนูน้อยทั้งสองมีใบหน้าที่คล้ายกับถังอวี้ช่ายถึงเจ็ดแปดส่วนทำให้มีใบหน้าที่จิ้มลิ้มน่ารักมาก ยามที่ได้มองก็ทำให้คนเกิดความรู้สึกรักใคร่ลุ่มหลงเอ็นดูได้ไม่ยาก แต่ทั้งสองมีใบหน้าที่เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก ซิวหลันจึงใช้ห่อผ้าสีต่างกันในการแยกแฝดพี่และแฝดน้อง
“นายท่าน เป็นบุตรสาวทั้งคู่เจ้าค่ะ คุณหนูที่อยู่ในห่อผ้าแดงเป็นแฝดผู้พี่ ส่วนคุณหนูที่อยู่ในห่อผ้าทองเป็นแฝดผู้น้อง”
พอได้ยินสาวใช้บอกว่าบุตรของเขาเป็นผู้หญิง ใบหน้าของลู่จางเซินก็ฉายแววผิดหวังท่วมท้นขึ้นมาชั่วขณะ ตอนนี้เขามีบุตรชายเพียงแค่สองคนและบุตรสาวหนึ่งคนที่เกิดจากอนุกับฮูหยินรองเท่านั้น หากเป็นไปได้ก็อยากให้ฮูหยินใหญ่ให้กำเนิดบุตรชายมากกว่า จะได้ยกตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลให้กับอีกฝ่ายได้อย่างชอบธรรม
แต่เมื่อลู่จางเซินนึกไปถึงคำทำนายของนักพรตนั่นก็ค่อยสลัดความไม่พอใจทิ้งไป
เอาเถอะ…จะชายก็ดี จะหญิงก็ช่าง ขอแค่บุตรของเขานำพาตระกูลลู่ไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้ เท่านั้นก็พอแล้ว ส่วนบุตรชายไว้ค่อยทำใหม่ก็ยังไม่สาย
หลังจากเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว หมอหลี่จึงได้ขอตัวกลับ
“ท่านหมอหลี่ค่อย ๆ เดิน”
พ่อบ้านจวนตระกูลลู่เดินออกมาส่งหมอเฒ่าขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง พร้อมทั้งมอบเงินให้นางไปถุงใหญ่ นางคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วก้าวขึ้นรถม้าไปพร้อมผู้ติดตาม
ภายหลังจากที่รถม้าแล่นออกไปแล้ว พ่อบ้านจางค่อยหมุนตัวกลับเข้าไปในจวน แต่แล้วหูของเขาก็พลันได้ยินเสียงกระพรวนของคทาดังแว่วมาจากไกล ๆ
กริ๊ง ~ กริ๊ง ~
[1] ชั่วยาม เป็นการนับเวลาแบบจีน 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
[2] หนึ่งก้านธูป เท่ากับ 30 นาที
[3] ชั่ง หรือจิน เป็นหน่วยนับของจีน มีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม
บทล่าสุด
#50 บทที่ 50 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#49 บทที่ 49 คลอดลูก
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#48 บทที่ 48 ตายตกตามกันไปเสียให้หมด
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#47 บทที่ 47 หงส์ปีกหัก
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#46 บทที่ 46 ได้รับโทษ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#45 บทที่ 45 ก่อกบฏชิงบัลลังก์
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#44 บทที่ 44 ร่วมมือ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#43 บทที่ 43 ข่าวดี
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#42 บทที่ 42 ใครกันแน่ที่ตกต่ำ
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#41 บทที่ 41 โทษฐานของการล้ำเส้น
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
หวานใจคุณพ่อจำเป็น
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของ 'มดตะนอย' กามเทพตัวจิ๋ววัย 3 ขวบครึ่งที่ชี้เป้าเลือกพ่อกลางห้างสรรพสินค้า ทำเอา 'มัดไหม' น้าสาวในร่างแม่จำเป็นถึงกับช็อกแทบสลบ!
เพราะผู้ชายที่หลานเธอวิ่งไปเกาะขา ดันเป็น 'พีร์ภูรินท์' ซีอีโอหนุ่มสุดเนี้ยบผู้รักความเพอร์เฟกต์และประกาศตัวว่า 'ไม่ชอบเด็ก!' มัดไหมเตรียมใจรับพายุอารมณ์ แต่ผิดคาด... เมื่อท่านประธานหน้านิ่งกลับยอมรับบท "คุณพ่อปลอมๆ" ซะงั้น แถมยังขยันขับรถสปอร์ตมาป้วนเปี้ยนที่คาเฟ่ของเธอทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ!
จากภารกิจ Fake Family สุดป่วนที่เริ่มเพราะโดนลูกตก ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นอาการ 'คลั่งรักแม่' แบบเต็มคาราเบล! จากผู้ชายเย็นชาที่หวงพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุด กลายร่างเป็นแด๊ดดี้สายเปย์สุดอบอุ่น ที่พร้อมทิ้งตรรกะทุกอย่างบนโลก เพื่อเลื่อนขั้นจาก 'พ่อกำมะลอ' ไปเป็น 'สามีตัวจริง'
มาร่วมโดนตกไปกับความน่ารักนุบนิบหัวใจ โบ๊ะบ๊ะกับหลานตัวแสบ และฟินจิกหมอนกับพระเอก CEO ธงเขียว นิยายโรแมนติกคอมเมดี้สายครอบครัว ฟีลกู๊ด อ่านง่าย ชุบชูใจ เสิร์ฟความหวานสไตล์สโลว์เบิร์น ปลอดสารดราม่าปวดตับ 100%!
#หวานใจคุณพ่อจำเป็น
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
รักระรินใจ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้













